จัดทำบทความโดย นายชวนันท์ นาวีกิจ ID 5001203026 C2/2
หลังจากที่ “นัดพบอนุพันธ์” ได้แนะนำอนุพันธ์แบบใหม่ๆ ไปหลายประเภท
ไม่ ว่าจะเป็น Stock Futures, Gold Futures ไปจนถึงใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) คราวนี้ขออนุญาตกลับมาพูดถึงสินค้าเดิมๆ ที่เรารู้จักกันอย่างดีแล้วคือ SET50 Index Futures อีกสักครั้งครับ โดยขอกล่าวถึงประโยชน์การของการซื้อขาย SET50 Index Futures ในส่วนของการบริหารจัดการความเสี่ยง
เป็นที่ ทราบกันแล้วว่า SET50 Futures เป็นสินค้าตัวแรกที่เกิดมาพร้อม TFEX ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว และเป็นสินค้าที่มีสภาพคล่องสูงสุดใน TFEX โดยในปีนี้ มีการซื้อขายเฉลี่ยประมาณวันละ 9,618 สัญญา หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,383 ล้านบาทต่อวัน สำหรับผู้ลงทุนที่เข้ามาซื้อขาย SET50 Futures นั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ลงทุนทั่วไป (ประมาณ 55%) สัดส่วนการซื้อขายของผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้ดูแลสภาพคล่องมีประมาณ 25% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 20% เป็นผู้ลงทุนต่างประเทศ
ผู้ลงทุนสามารถใช้ SET50 Futures เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างโอกาสทำกำไรได้ โดยการเข้ามาซื้อขาย SET50 Futures ตามที่คาดการณ์ไว้ หากคาดว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง ก็เปิดสถานะขาย (Short) SET50 Futures
แต่หากคาดว่าสภาพตลาดโดยรวมจะดีขึ้น ดัชนีน่าจะปรับตัวสูงขึ้น ก็เปิดสถานะซื้อ (long) SET50 Futures จากนั้นเมื่อระดับดัชนีและราคา SET50 Futures เปลี่ยนแปลงไปตามคาดการณ์ไว้ จึงปิดสถานะเพื่อรับรู้กำไร
ลองดูตัวอย่าง กันครับ ผู้ลงทุนคาดว่าตลาดน่าจะปรับขึ้น จึงตัดสินใจเปิดสถานะซื้อ SET50 Futures ที่ 412.50 จุด หากปรากฏว่าราคาฟิวเจอร์สปรับตัวสูงขึ้นจริงตามที่คาดไว้ ทุกจุดดัชนีที่ราคาฟิวเจอร์สปรับตัวสูงขึ้น ผู้ลงทุนจะได้กำไร 1,000 บาทต่อสัญญา และเมื่อผู้ลงทุนต้องการรับรู้กำไร เพียงแต่ส่งคำสั่งขายระบุเงื่อนไขปิดสถานะในฟิวเจอร์ส Series เดิมเท่านั้น ในด้านหนึ่ง SET50 Futures จึงถือเป็นทางเลือกในการสร้างโอกาสทำกำไรที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากใช้เงินทุนน้อยกว่าถึง 5-6 เท่าเมื่อเทียบกับการลงทุนจริงในหุ้น 50 ตัว
ตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น เป็นที่คุ้นเคยของผู้ลงทุนที่ซื้อขายใน TFEX อย่างมาก จนมองดูเผินๆ เหมือนกับ SET50 Futures จะถูกใช้เพื่อการสร้างโอกาสทำกำไรเท่านั้น “นัดพบอนุพันธ์” จึงอยากจะให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ SET50 Futures ในการจัดการความเสี่ยง ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากฟิวเจอร์สครับ
เชื่อ ว่าผู้ลงทุนทั้งหลายที่มีการซื้อขายหุ้น คงจะมีทั้งการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นและการซื้อหุ้นเพื่อลงทุนในระยะยาวหรือ ปานกลาง ผู้ลงทุนมักนิยมลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 Index เนื่อง จากเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นผู้ลงทุนจึงอาจกังวลถ้าคาดการณ์ว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง ทางเลือกของผู้ลงทุนในกรณีนี้ มีทั้งการเลือกที่จะขายหุ้นในพอร์ตออกมา และการเลือกใช้ SET50 Futures เพื่อจัดการความเสี่ยงแทน
กรณี ที่ผู้ลงทุนเลือกการบริหารความเสี่ยง โดยยังถือพอร์ตหุ้นไว้พร้อมกับการขาย SET50 Futures แม้ว่ามูลค่าของพอร์ตหุ้นจะปรับลดลงตามราคาหุ้นที่ลดลง ผู้ลงทุนจะยังคงมีกำไรจากการขาย SET50 Futures มา ชดเชย ดังนั้นหากคำนวณกำไรสุทธิรวมแล้ว จะทำให้มูลค่าพอร์ตโดยรวมไม่ขาดทุนหรือเกิดกำไรขาดทุนไม่มากนัก ตัวอย่างเช่น ถ้ามีพอร์ตหุ้นมูลค่า 1.2 ล้านบาท และขาย SET50 Futures จำนวน 3 สัญญาที่ 412.50 จุด หากระดับราคาหุ้นและฟิวเจอร์สลดลง 10% ผู้ลงทุนจะขาดทุนจากพอร์ตที่ลดลง 1.2 แสนบาท (10% ของ 1.2 ล้านบาท) แต่จะมีกำไรจากการขาย SET50 Futures 123,750 บาท (สมมติให้ราคาฟิวเจอร์สปรับลดลง 10% เท่ากับ 41.25 จุด มีกำไรจุดละ 1,000 บาท จำนวน 3 สัญญา) ดังนั้นจะเห็นว่ามูลค่ารวมของพอร์ตที่ถือครองอยู่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 3,750 บาท จากกำไรฟิวเจอร์สที่มาชดเชยผลขาดทุนของพอร์ตหุ้น ข้อดีของการบริหารความเสี่ยงด้วย SET50 Futures ก็คือ ง่ายและสะดวกกว่าการขายหุ้นในพอร์ตออกไปจริงๆ
การ จัดการความเสี่ยงที่กล่าวมานี้ ใช้ได้กับผู้ลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นอยู่หรือถือกองทุนหุ้นอยู่ โดยเฉพาะกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ SET50 Index หรือกองทุน ETF เช่น TDEX การใช้ SET50 Index Futures ในการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้จะทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากฟิวเจอร์สกับกองทุน TDEX มีสินค้าอ้างอิงตัวเดียวกัน การใช้ SET50 Index Futures เพื่อ บริหารจัดการความเสี่ยงจึงเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะผู้ลงทุน สถาบัน เช่น บริษัทประกัน หรือกองทุนรวม เนื่องจากจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พอร์ตมีอัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้นในยามที่ ภาวะตลาดตกต่ำ จะเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมาแม้ดัชนีติดลบมากๆ กองทุนที่จัดการความเสี่ยงด้วย SET50 Futures ก็ ยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนที่ไม่ได้จัดการความเสี่ยงครับ ความสำเร็จของกองทุนที่มีการบริหารในลักษณะแบบนี้จึงทำให้ในปีนี้มีกองทุน ที่ลงทุนในหุ้นและใช้ฟิวเจอร์สในการบริหารจัดการความเสี่ยงออกมาให้เลือกลง ทุนอีกหลายกองทุนครับ
ที่มา : http://money.impaqmsn.com/content.aspx?id=17645&ch=227
คำถามท้ายเรื่อง
1.SET50 Futures มีการซื้อขายประมาณวันละกี่สัญญาและมีมูลค่าประมาณวันละกี่บาท
2.การที่ผู้ลงทุนมักนิยมลงทุนในหุ้นที่เป็นองประกอบของดัชนี SET50 Index เนื่องจากปัจจัยอะไร
3. SET50 Index Futures มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้ลงทุน
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

3 ความคิดเห็น:
1.มีการซื้อขายเฉลี่ยประมาณวันละ 9,618 สัญญา หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,383 ล้านบาทต่อวัน
2.เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นผู้ลงทุนจึงอาจกังวลถ้าคาดการณ์ว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง ทางเลือกของผู้ลงทุนในกรณีนี้ มีทั้งการเลือกที่จะขายหุ้นในพอร์ตออกมา และการเลือกใช้ SET50 Futures เพื่อจัดการความเสี่ยงแทน
3.การใช้ SET50 Index Futures เพื่อ บริหารจัดการความเสี่ยงจึงเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะผู้ลงทุน สถาบัน เช่น บริษัทประกัน หรือกองทุนรวม เนื่องจากจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พอร์ตมีอัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้นในยามที่ ภาวะตลาดตกต่ำ
น.ส.เบญจมาศ เงินลำยอง ID 5001203029 C2/2
152UtccBf302g31
1.วันละ 9618 สัญญา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3383 ล้านบาทต่อวัน
2.ปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่องสูง
3.เพื่อบริหารจัดการความเสี่ย
นายอธิป ฟักทอง ID 5001203018 C2/2
1.มีการซื้อขายเฉลี่ยประมาณวันละ 9,618 สัญญา หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,383 ล้านบาทต่อวัน
2.เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นผู้ลงทุนจึงอาจกังวลถ้าคาดการณ์ว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง ทางเลือกของผู้ลงทุนในกรณีนี้ มีทั้งการเลือกที่จะขายหุ้นในพอร์ตออกมา และการเลือกใช้ SET50 Futures เพื่อจัดการความเสี่ยงแทน
3. เพื่อบริหารจัดการความเสี่ย
นาย เจน จงจันสี เลขทะเบียน 5001103124
แสดงความคิดเห็น